ที่เก็บสำหรับ ‘BLOG’ หมวดหมู่:

ทริปประจำอาทิตย์ที่ 4 ธันวาคม 2559 / ตลาดน้ำดำเนินสะดวก ตลาดบางนกแขวก อาสนวิหารแม่พระบังเกิด

สวัสดีครับ ผมเสือกอล์ฟแห่งบ้าน Cool 70 วันนี้จะมาทำการสรุปทริปประจำวันอาทิตย์ของกลุ่ม
ทริปนี้ดูจะระห่ำหน่อยครับสำหรับมือใหม่อย่างพวกผม กับระยะทางไปกลับรวมแล้วเกือบ170กิโลเมตร

 

img_1788

 

โดยทริปในวันนี้นำทีมโดย หัวหน้าชาย น้าชัดดี้ เสือภูมิ เสือบิ๊ก และผมเสือกอล์ฟ
เช่นเคยครับในเวลาเจ็ดโมงเช้าวันอาทิตย์เรานัดเจอกันที่พุทธมณฑล
อากาศในวันนี้ค่อนข้างเย็นลงมาหน่อย เหมาะมากในการปั่นทางไกล
เลยต้องชิงจังหวะออกมาปั่นพิชิตดำเนินสะดวกกันสักหน่อย

img_1804

 

ล้อหมุนออกจากสวนพุทธกันเวลาเจ็ดโมงครึ่ง
มุ่งหน้าไปทางสามพรานโดยการลัดเลาะไปตามเส้นทางชุมชน
เราคุยกันว่าจะหยุดพักในทุกๆ 20 กิโลเมตร
โดยพักกันที่ร้านข้าวมันไก่แถวอำเภอสามพรานเพื่อทานมื้อเช้า
และ20กิโลเมตรต่อไปคือเซเว่นและร้านค้าตามทางผ่าน

img_1814img_1815

ในช่วงขามานี้ปั่นคุมความเร็วกันได้ดีพอสมควรครับ
ทำให้มาถึงจุดแรกตลาดน้ำดำเนินสะดวกในเวลา 10.20 น
แวะถ่ายรูปเดินเล่นกันพอสมควรก็เตรียมตัวปั่นกันไปทานมื้อเที่ยงกันที่ตลาดน้ำบางนกแขวก
(ทานที่นี่ไม่ไหวครับ นักท่องเที่ยวเยอะมาก ค่อนข้างแออัดและอบอ้าวพอสมควร)

img_1812 img_1813 img_1808 img_1817

 

ปั่นมาราวๆสิบห้านาทีก็มาถึงจุดที่สองตลาดบางนกแขวกเพื่อฝากท้องมื้อเที่ยงกันที่นี่
บรรยากาศดีสบายมากๆ ลมโกรกเย็นดีคนไม่ค่อยเยอะ โดยส่วนตัวผมชอบที่นี่มากครับ
เดินหาของกินกันอยู่พักนึงก็มาสะดุดกับเมนูแปลกๆประจำท้องถิ่นอย่าง”ข้าวแห้ง”
เกิดมาก็เพิ่งจะเคยเห็นละครับสำหรับผม เลยขอลองสักหน่อยกับเมนูนี้
อร่อยมากๆครับ คล้ายๆข้าวต้มเครื่องที่ไม่ใส่น้ำ จัดไปคนละสองชามกันเลยทีเดียว
(ที่สำคัญคือมีปลาเสือพ่นน้ำให้ดูเล่นเพลินๆด้วยนะครับ)

img_1818img_1819img_1821 img_1822

 

มุ่งหน้าต่อสู่จุดที่สามซึ่งเป็นจุดสุดท้ายของทริปในวันนี้
คือ อาสนวิหารแม่พระบังเกิด ซึ่งเป็นโบสถ์คริสที่สวยมากๆ
และได้ถือโอกาศนอนพักย่อยมื้อเที่ยงที่นี่กันเลย

 

img_1825 img_1826

 

เวลาเที่ยงครึ่งก็ได้เวลามุ่งหน้ากลับบ้านกันครับ โดยย้อนกลับเส้นทางเดิม
ในระหว่างขากลับนี้ก็ได้แวะชมตลาดหลักห้าเป็นของแถมเสียหน่อยครับ

 

img_1832 img_1829 img_1830 img_1831

 

แวะดื่มน้ำกันจนชื่นใจแล้วก็มุ่งหน้ายาวๆกลับบ้านกัน โดยในช่วงขากลับนี้ค่อนข้างจะหนังชีวิตหน่อย
เพราะความเหนื่อยล้าเข้ามาเล่นงานในช่วง 30 กิโลเมตรสุดท้าย แต่ก็ปั่นเซฟแรงประคองจนจบทริปกันได้
สรุปปั่นมา 5 ปั่นกลับ 5 ครับ จบทริปแบบไม่มีถอดใจ

 

img_1835

 

สรุปแล้ว ทริปนี้สุดยอดมากๆครับสำหรับมือใหม่อย่างผม ถือว่าวัดใจกันพอสมควรกันเลยทีเดียว
ทั้งนี้ทั้งนั้นต้องขอบคุณพี่ๆในทีม Cool 70 มากๆครับ ที่หาเส้นทางมันส์ๆแบบนี้มาให้เราปั่นกัน
ส่วนทริปรอบหน้าจะไปไหนกันต่อ ไว้มารอดูกันนะครับ ขอบคุณครับ ^_^

ทริปประจำอาทิตย์ที่ 6พฤศจิกายน 2559 / นครปฐม พระราชวังสนามจันทร์

สวัสดีครับ ผมเสือกอล์ฟ สมาชิกใหม่แห่งบ้าน Cool 70 วันนี้จะขอทำสรุปทริปวันอาทิตย์ประจำกลุ่มครับ โดยในวันนี้มีเป้าหมายไปเยี่ยมชมพระราชวังสนามจันทร์และชมรถยนต์พระที่นั่งที่พ่อหลวงของเราทรงใช้กันครับ

เริ่มรวมกลุ่มในตอนเช้ากัน ณ โรงอาหารที่เดิมในสวนพุทธ นำโดย หัวหน้าชาย จารย์ต้อย จารย์นิก น้าพงศ์ น้าชัชดี้ เสือภูมิ เสือหน่อย เสือบิ๊ก และผมเสือกอล์ฟ รวมเก้าคนในวันนี้

img_0369
img_0370

เราใช้เส้นทางศาลายา ไปออกตลาดท่านาแล้วแวะพักเติมพลังจุดแรกกันที่นั้น

img_0467img_0472

เติมพลังเสร็จก็ออกลุยโดยมุ่งหน้าไปไหว้สักการะพระปฐมเจดีย์กันต่อทันที
img_0350img_0358img_0364

โดยระหว่างทางนั้นล้อหน้าจักรยานของน้าชัชดี้มีปัญหาเรื่องซี่ลวดคลาย แต่ด้วยใจสู้จึงพากันประคองไปถึงร้านซ่อมและแก้ไขจนกลับมาร่วมทริปได้ต่อครับ

img_0368img_0468

จากนั้นก็มุ่งหน้าไปยังจุดพักที่สองเพื่อแวะชิมข้าวหมูแดงรสเด็ดเลียบคลองวรนุช(อันนี้ตั้งกันเอง)ครับ รสชาติเด็ดสมคำร่ำลือจริง รอนานร่วมชั่วโมงกว่าจะได้ทานเพราะคิวยาวมาก คุ้มค่าที่นั่งรอ

img_0376img_0381img_0384

อิ่มท้องกันแล้วก็มุ่งหน้าไปอีกนิดก็ถึงพระราชวังสนามจันทร์กันแล้วครับ ใหญ่โตและร่มรื่นมากๆ มีกฏอยู่นิดนึงครับ ใครจะเข้าไปเยี่ยมชมนั้นต้องแต่งกายสุภาพ ควรจัดเตรียมเสื้อผ้าไปเปลี่ยนกันด้วยนะครับ ส่วนใครที่ไม่ได้เตรียมมาก็แวะพักผ่อนที่หอศิลป์ของมหาวิทยาลัยศิลปากรกันได้ครับ

img_0450img_0449img_0441

img_0443img_0447img_0445img_0391img_0390img_0452

แวะชมแวะพักกันเรียบร้อยแล้วก็เตรียมตัวมุ่งหน้ากลับบ้านกันในช่วงบ่าย โดยย้อนกลับเส้นทางเดิม

img_0474img_0394

ปั่นมาจนถึงจุดแวะพักสุดท้ายที่ร้านกาแฟริมทางเส้นศาลายา บรรยากาศดีมากเลยแวะเอนตัวพักกายเติมพลังกันซักหน่อย

img_0400img_0471
img_0469
img_0470
img_0404

จากนั้นก็แยกย้ายกันกลับที่จุดนี้เลย สรุปทริปวันนี้โดนไปร้อยกิโลครับ สะใจกันเลยทีเดียว ยังไงทริปหน้ารวมตัวไปไหนกันจะมาเล่าให้ฟังกันต่อ เป็นอีกหนึ่งทริปของกลุ่มที่มันส์มากๆ ขอบคุณเพื่อนสมาชิกทุกคนด้วยนะครับ
สวัสดีครับ ^_^

img_0408img_0344
img_0351

มาปั่นจักรยานกันเถอะ 9 เดือน เท่านั้น หายไป 37 กิโลกรัม

 

JOPK

 

หวัดดีครับ ผมชื่อโจ้ครับ อายุ ตอนนี้ 40 ปี เมื่อตอนต้นปี ผมมีน้ำหนักตัวที่ 131 กิโล มันมาพร้อมกับโรคที่ไม่อยากเป็น ความดัน เบาหวาน ไปรักษาตัวที่ โรงพยาบาล หมอก็บ่น ว่าไม่รู้จะช่วยคุณยังไง คุนไม่ออกกำลังกาย ไม่คุมอาหาร จากที่ต้องรักษาตัวมาอยู่แล้ว เกือบ 3 ปี รู้สึกทานยาเยอะมาก ใจก็กล้ว โรคไต จะถามหา ากเป็นคนชอบทานอาหารแบบบุฟเฟ่ต์ มากกก ไม่ค่อยออกกำลังกายเพราะ เหนื่อยง่าย เจ็บหัวเข่า ก็ เอาหวะ ลองดู ปลายปี 2557 ผมก็ลองออกกำลังกาย จากที่ หนัก 131 ก็ ลงมา 125 กิโล จากการวิ้งเบา ตอนเลิกงาน ประมาณ 1 ชั่วโมง แต่ก็ ไม่ไหว เพราะ เจ็บหัวเข่ามาก ก็ ละทิ้งความตั้งใจไป จนปล่อยตัวเองกับไปเป็นเหมือนเดิม หลังจาก ที่ปล่อยตัว จนต้นปี หมอนัดตรวจ ก็ โดนด่าตามระเบียบครับ ทุกค่า ไม่ลง ขึ้นทุกอย่าง น้ำหนักตัวก็ ขึ้น มาที่เดิม 131 กิโล หมอที่รักษาส่ายหน้า แล้วก็ บอกผมหมดทางช่วยคุณและ

12079243_1182464185103131_6782843692386573477_n

หลังจากกลับมาวันนั้น ก็ คิดอยู่ 2 วัน ว่าจะเอาไง กะตัวเองดี หันไปมองจักรยานเสือภูเขาที่เคยซื้อมา 2 ปีที่แล้วว่าจะปั่นลดน้ำหนัก แต่ตอนนั้นไม่ไหว เลย ไปเอามาสูบยาง แล้วเอาไปปั่น แรกๆก็ ปั่นแถวๆ หมู่บ้าน คิดว่าเยอะ โอ้ยพระเจ้า 2 โลเอง แต่เหนื่อยเป็นบ้า ปวดขา ปวดหลัง เจ็บก้น ท้อครับ แต่ก็ คิดว่า ต้องทำให้ได้ ผมเริ่มจากการปั่น ไกลขึ้น แต่ก็ 4 โล เอาอีกไปให้ไกล ขึ้นอีก 8 โล ไปอีก 10 โล ทำแบบนี้อยู่ นาน จนเจอคนปั่นกันเยอะมากขึ้น ทุกคนก็ ให้กำลังใจ จนปั่น มาได้ เกือบเดือน ระยะทางได้ไกล ขึ้นเป็น 20 โล จากนั้น สนุก เพระาเริ่มชิน ก็ ปั่นต่ออีก จาก 25 โล เป็น 35 – 50 กิโล จาก 1 เดือน จนถึง 2 เดือน น่ำหนักลดไป จาก 131 กิโล เป็น 122 กิโล และปั่นต่อไปเลื่อยๆ

S__86286361

จากปั่นเย็นเป็นเพิ่ม ปั่น เช้าด้วย 50 กว่ากิโล ที่ช้อกโกเลตวิว เย็น ก็ ปั่นแถวบ้าน ใน ซ.มัยลาภ (รามอินทรา 14) อีก 30-40 โล แต่ผมทานอาหารแบบนี้นะครับ เช้า ทานแต่ผัก ข้าวน้อยๆ เน้นกับ กลางวัน ก็ เน้นผัก หรือกับข้าว เย็นไม่ทาน ถ้าหิวมากๆก็ น้ำเต้าหู้ ทำแบบนี้ ทุกวันจาก 122 กิโล ในเวลา 3 เดือน ผม ลงมาที่ 120 จากนั้น ก็ สนุกกับการปั่น แล้ว หารถคันใหม่ จากเสือภูเขา ไปเป็น เสือหมอบ ตอนนี้สนุกเลยครับเจอก๊วน เจอเพื่อน ปั่นเป็นบ้าเป็นบ่อเลย เช้าช้อกวิว 50-60 กิโล เย็น เรียบรันเวย์ สนามบินสุวรรณภูมิ อีก 35-45 กิโล ปั่นหนักๆ ยาวๆ ทุกวัน เพียง 9 เดือน ที่เอาจริงเอาจังกับการปั่นและคุมอาหาร ตอนนี้ ผมหนักที่ 94 กิโลครับ

S__86286340

อย่าท้อครับ 9 เดือนผมทำได้ทุกคนก็ทำได้ครับ เป็นกำลังใจให้ครับ อยากเจอผมก็ แวะมาที่ ช้อกโกเลตวิวได้ครับ เช้าๆ 06.00 – 09.00 เกือบทุกวันครับ ปั่นๆ เพื่อสุขภาพครับ

image image image image image image image image image S__86286359 S__86286362 S__86286364

วันลดใช้พลังงาน Car free day

วันลดใช้พลังงาน Car free day วันครบรอบของชมรม COOL 70

เดือนกันยายน ของทุกปี จะเป็นเดือนที่ประชาชนทั่วโลก ออกมารณรงค์เพื่อการลดใช้พลังงาน หรือลดการใช้รถยนต์เพื่อลดการใช้น้ำมัน เลยใช้ชือภาษาอังกฤษว่า Car free day เลยหันมาปั่นจักรยานเป็นพาหนะเดินทางหรือจะเดินเท้า ก็ถือเป็นเช่นเดียวกัน แต่ต่อมามีคนปั่นจักรยานกันมากขึ้น เลยดูเหมือนเป็นวันจักรยานไปเลย20150920_084442

แต่ถึงอย่างไร ไม่ว่าวิธีการไหน ก็เป็นการดีกับโลกที่เราอยู่อาศัยได้มีอากาศบริสุทธิให้เราได้หายใจ เป็นประโยชน์กับสิ่งมีชีวิตบนโลกใบนี้กันถ้วนหน้า ขอให้เป็นเช่นนี้ตลอดไป โลกของเราจึงจะน่าอยู่ ตราบลูกหลานสืบไป..071-069

เมื่อประมาณ 7-8 ปีที่แล้ว ผมได้มองเห็นประโยชน์ของการปั่นจักรยานเพื่อสุขภาพ จึงเริ่มออกกำลังกาย ปั่นในสวนพุทธมณฑล ปั่นไปเรื่อยๆคนเดียวก็รู้สึกเหงา จนได้พบกับคุณลุงสถิตย์ (ปัจจุบันถึงแก่กรรมแล้ว) ขณะนั้นท่านอายุประมาณ 70 ปี ได้ชวนคุย ชวนปั่น และออกทริปไปในสถานที่ต่างๆ ออกห่างจากพุทธมณฑล เช่น นครชัยศรี ตลาดน้ำลำพญา เป็นต้น ทำให้สนุกและแข็งแรงขึ้นตามลำดับ จึงมีการเชิญชวนเพื่อนๆย่านสวนพุทธฯ ออกทริปกันเป็นประจำทุกๆวันหยุด ก็เลยกลายเป็นชมรมเล็กๆขึ้นมา ผมเห็นว่าคุณลุงแกแข็งแรงดี เลยตั้งชื่อตามลุงว่า 70 ก็ยังแจ๋ว แล้วก็เจ๋งจริง จึงอยากจะแข็งแรงอย่างคุณลุง โดยตั้งใจจะปั่นจักรยานให้แข็งแรงไปจนถึงอายุ 70 จึงเป็นชมรม COOL 70 ขึ้นมาเวลาเรียกชื่อชมรม12079180_1034956246555419_7884715276997973637_n

ต่อมาพอถึงเดือนกันยายน ปี 2551 มีการรณรงค์ทางสื่อ ขอเชิญชวนชาวจักรยาน ออกมาปั่นวันคาร์ฟรีเดย์ เราจึงนัดหมายเพื่อนๆรวมทีมที่เคยออกทริปด้วยกัน แจ้งชื่อที่จุดลงทะเบียน เพื่อรับเสื้อแจกพรีวันคาร์ฟรีเดย์ ซึ่งถือว่าเป็นครั้งแรกที่พวกเรารวมตัวกัน เพื่อลงชื่อ ลงทะเบียนอย่างเป็นทางการ พูดง่ายๆ คือรู้จักชื่อจริง นามสกุลจริงๆ ของเพื่อนๆ ก็วันนั้นแหละครับ จึงถือว่าปีนั้นเป็นวันเริ่มก่อตั้งชมรม COOL 70 ตั้งแต่ครั้งนั้นเป็นต้นมา

ชมรม COOL 70 จึงกำหนดว่า วัน Car free day ของทุกปี เป็นวันครบรอบของชมรมตลอดมาครับท่าน..

ณัฐพงศ์ กาจณรงค์ Shine Cool 70

หัวหน้าชมรม

30 กันยายน 2558

สวัสดีพฤหัสฯรูปชาย002

 

ภูหินร่องกล้า

 

 

ทริปภูหินร่องกล้า….เมื่อวันวานแห่งความทรงจำ

ปั่นปีนบินเดี่ยวเที่ยวภู เห็นภูสูงชัน ก็ดันไปเลื่อยๆ เหนื่อยก็พัก เห็นว่าเย็นย่ำค่ำก็กางเต๊นซ์นอนกางไม่ทันก็ผูกเปลทายากันแมลง หมวกมุ้งกันยุงก็..โอเคร์ …55555 ติดตามได้เลยครับ เล่าด้วยภาพ บางภาพอาจไม่มีคำบรรยายน่ะครับ ต้องขออภัยด้วย.,55555

3189748527948

เริ่มปีนปั่นดันดอย…ทาง หล่มเก่า เพชรบูรณ์ เส้นทางสวยงาม โค้งเว้าเข้ารูป สูงชันดันไปเลื่อยไม่ต้องรีบปั่น เพราะมันจะไปไม่ถึง ปลายทาง ” ภูทับเบิก “…อิ..อิ…💖😁❗

3189770867126

..ทางขึ้น มันก็เป็นแบบนี้อ่ะ…ที่จอดอ่ะนะ เพื่อเก็บภาพงามๆ สังเกตุดูแล้ว ในขณะที่ผมปั่นขึ้นภูทับเบิกตอนนั้น ยังไม่มีนักปั่นขึ้นมานะครับ แต่ถามชาวบ้านแล้ว เฅ้าบอกว่า มีปั่นขึ้นปีละครั้ง เป็นเทศกาล ครับ.. 💖😁❗

3189860584881

..พักพิง…อิ..อิ..เกือบแระ อีก..ซัก อืบสองอืบ..55555

3189877942778

3189879309408

จุดพักบริเวณนี้…ทัศนียภาพสวยงามมาก เป็นจุดถ่ายภาพ ” วิวนิยม ” เลยก็ว่าได้ครับ มีศาลาพักใจให้หายหอบด้วย พักชมวิว ต้มน้ำชงกาแฟทาน เฮ้อ.!.มีความสุขแฮะ..อิ..อิ

3192890747589

เส้นทางที่ผ่านมา…ก่อนขึ้น ” ภูทับเบิก ” มาได้งัยหว่า..งง.?

3192913391661 3192915241917 3192916582013

.ทัศนียภายสวยงามเกินคำบรรยาย…เพราะจักรยานจริงๆจึงได้สัมผัสกับความงามของธรรมชาติอย่างเต็มตา…55555

3192937354734 3192938295672

..ภาพบนที่เห็นยอดภูลิบๆเป็นเงาๆบนสุด นั่นแหละครับ ” ภูหินร่องกล้า “..ที่มีอดิตเล่าขานมากมาย เดี๋ยวจะปีนป่ายพาไปชมครับ…💖😊❗

3192965922088

บริเวณนี้คือสามแยก..เลี้ยวขวาไป ” ภูทับเบิก “.. เลี้ยวซ้าย ขึ้น ” ภูหินร่องกล้า ” มีด่านตรวจก่อนขึ้นครับ..!!!

3192990645783 3192991269340

ถึงแล้วครับ ” ภูทับเบิก ” รถทุกชนิดขึ้นไม่ได้ เพราะต้องเดินขึ้น บันไดครับ…55555

3193005194549

3194564142808 3194564849257

ดันภูไปเลื่อย..ออกจากเขต เพชรบูรณ์ เข้า เขต พิษณุโลก ขึ้น ” ภูหินร่องกล้า “..55555

3194580186698 3194581112219 31945824197453194582774294

..เส้นทาง อันเงียบสงบ เสียงรถยนต์ไม่รบกวนสมาธิในการปั่น นานๆจะมีซักคันเป็นรถชาวเขาเผ่าม้งเป็นส่วนใหญ่ พอผ่านเราเฅ้าก็ลดความเร็วลง แล้วปรบมือให้ และยกนี้ให้ด้วย…5555 ก็ชื่นใจอ่ะนะ..อิ..อิ ภาพล่างคือทางไป น้ำตก หมันแดง เข้าไป 4 โล ขึ้นเข้าเดินลูกเดียว ต้องมีฅนนำทาง เฅ้าว่าสวยมากๆๆๆๆ … เออน่า เอาไว้ก่อน เวลาไม่อำนวย…555555

3194651161772

.ย่ำๆ..ปั่นๆ..ไปเลื่อย มีป้ายบอกเส้นทางตลอดไม่ต้องไปหลง…ถึงสามแยกใหญ่ (ไม่มีภาพให้ดู) มีป้ายบอกไป บ้านร่องกล้า ไปลองเข้าไปดูซิ..,55555 ดังที่เห็นในภาพนั่นแหละครับ จอดซิ ยิงซะ 1 ภาพ ดันขึ้นภูชันๆๆอีกแล้วเข้าบ้านร่องกล้า…ชาวม้งทั้งนั้นเลยครับ…ทางต่อไปถนนไม่ดี ทางไป ” ภูลมโล ” ครับ… ซึ่งในเวลานั้น ดอกนางพญาเสือโคร่งยังไม่มีครับ…แต่เป็นเส้นทางเดินของชาวม้งไป ” ภูทับเบิก ” ได้ครับ แต่เฅ้าหวังดี บอกผมว่า อย่าไปนะ.! อันตราย..555555 กลับลงมาเลย..อิ.,อิ

3194848349814

ทัศนียภาพระหว่างทาง..ไป ภูหินร่องกล้า..สวยงามมากๆ

3194857880736

.เกือบถึงแล้วครับ อยช.ภูหินร่องกล้า…!!!

3194880104753

3194881356969 3194881755471 3194885544336 3194886641256

ถึงแระ อยช.ภูหินร่องกล้า คืนนี้กลางเต๊นซ์ที่ลานหินแตก ใกล้ฐานทหารพัชรินทร์ นี่แกละครับ และใกล้ สุสาน วีระชนด้วย…☹❗

3194902739048

..เดินครับ..ไม่มีทางจักรยาน เดินบนเขาล้วนๆ เข้าไปเลยฅนเดียวโดดๆ บ่ายแก่ๆจวนจะเย็นแระ…ทัศนียภาพสุดบรรยายครับ ชมภาพเอาเองละกัน…55555

3194926614399
จากความขัดแย้งทางการเมืองในสมัยนั้น กองกำลังต่อต้านรัฐฯ เคนมาตั้งกองบัญชาการที่นี่ครับ …!

3194927164462 3194928042109 3194928325764 3194928703382 3194929105950

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ภาพที่เห็นธงชาติ..คือ ” ผาชูธง ” ครับ ที่ ลานหินปุ่ม และ ลานหินแตก..!
3194930153126

แต่ที่น่าสนใจอย่างมากคือ ยอดภูหินร่องกล้า เคยอยู่ใต้ทะเลครับ…ตามหลักฐานทาง ธรณีวิทยา..!!!

3195622936501 3195623452627 3195623910700

3195628745326

 

 

 

 

 

 

 

 

 

3195630372185

3195631613854

จาก..ยอดภูหินร่องกล้า ลงทางนครไทย รวดเร็วจริงๆ บันไดแทบจะไม่ได้ปั่นเลย..จบทริป ” ภูทับเบิกยาวไปภูหินร่องกล้า “…แล้วพบกันใหม่ที่ไหนเดี๋ยวก็รู้ครับ สวยงามมันยอด…บาย 💖😊❗..🚲..🚲..🚲

สองเสือ สองวัย ปั่นลุยลาว..สงกรานต์ 2558 เล่าให้ฟังโดย…Chatdy

ทัวร์เดอลาว

ทริปนี้เดิมทีเราจะปั่นกันสองคน คือผมกับลุงเนตร แต่มีสมาชิกมาร่วมแจมด้วย 1 คน โดยนัดเจอกันที่ปลายทางสถานีรถไฟหนองคาย ดังนั้น ทริปนี้จึงมีกันสามคน

ขอแนะนำผู้ร่วมทริปดังนี้
FB_IMG_14257245053381. ผู้นำทริปของเรา ลุงเนตร หรือ นายเนตรสงวนสัตย์ ท่านผู้อาวุโส ผู้คร่ำหวอดอยู่ในวงการจักรยานกว่าสี่สิบปี จนมีเพื่อนชาวจักรยานไปทุกจังหวัด และลุงก็กล้าเอ่ยปากได้ว่าในประเทศไทยแกปั่นไปมาแล้วทุกจังหวัด ยกเว้นสามจังหวัดชายแดนภาคใต้

FB_IMG_14286189340402. อ.ทรงธรรม หรือเสือประหยัด อ่างทอง ผมเคยเจอแกตอน ไปทำกิจกรรม ของชมรมจักรยานเพื่อสุขภาพแห่งประเทศไทย ที่วิเศษชัยชาญ

1238833_10151776422462779_1055830088_n3. ผมเองครับ เพื่อน ๆ เรียกว่า ชัชดี้ …ซี่งมาจากชื่อจริงของผมคือ ชัชวาล ฝรั่งมันบอกว่าชื่อผมเรียกยาก เลยขอเรียกว่า Chatdy ละกัน ก็เลยใช้ชื่อนี้ในสังคมออนไลน์ต่าง ๆ มาตลอด เพื่อน ๆ ก็เลยเรียกติดปากกัน

 

หลังจากตกลงวันเวลาที่แนะนอนแล้ว ลุงเนตรได้เขียนแผนการเดินทางให้คร่าว ๆ โดยการกำหนดจุดพัก บนแผนที่ของประเทศลาว ได้ชื่อเมืองและจุดพักแล้ว ผมลองมา แมพใน google  ได้ระยะทางมาประมาณนี้ คือ 830  ก.ม. รวมทั้งปั่นในลาวและกลับข้ามแดนที่ช่องเม็ก เข้ามาที่ อ.วารินชำราบด้วย

plan

แผนที่ สปป.ลาว ซึ่งลุงเนตรวางแผนการเดินทางจากแผนที่ฉบับนี้ โดยกำหนดระยะทางการปั่นแต่ละวันประมาณ ร้อยกิโล บวก ลบ77150

พร้อมออกเดินทาง

10838

ลุงเนตรในฐานะที่เป็นศิษย์เก่า การรถไฟ เพราะทำงานที่การรถไฟจนเกษียณอายุราชการ รับอาสาไปจองตั่วรถไฟ กะว่าใช้เส้นสายนิดหน่อย น่าจะได้รถนอนจะได้สบายหน่อย แต่ว่าเนื่องจากวันเวลาที่เราจะเดินทางเป็นช่วงสงกรานต์ อย่างที่รู้กันอยู่ว่าคนจะแห่กลับภูมิลำเนากันเยอะ ก็เลยได้มาแค่ตั๋วชั้นสาม รถไฟออกเวลา 20.00 น ของวันที่ 10 เมษายน 2558

ผมก็นัดแนะกับลุงเนตรว่าจะไปรอที่สถานีรถไฟดอนเมือง ส่วนลุงจะขึ้นที่สถานีหัวลำโพง ตอนเช้าผมก็จัดแจงเก็บสัมภาระ และจักรยานเจ้า Riteway Grandsonama ทัวร์ริ่งแท้จากแดนซามูไรห้อยท้ายแรคเพื่อไปบ้านแม่ที่ดอนเมือง ถือโอกาสเยี่ยมคุณแม่ไปในตัว ระหว่างที่รอรถไฟ42704

ลุงเนตรโทรบอกผมว่าให้ไปรอที่สถานีดอนเมืองก่อนสองทุ่ม เพื่อจัดแจงเรื่องค่าระวางสำหรับจักรยานให้เรียบร้อยก่อนที่รถไฟจะเทียบชานชลา ส่วนเรื่องที่นั่งไม่ต้องห่วง เพราะในตั๋วระบุที่นั่งไว้แล้ว ลุงจะกันไว้ให้ถ้ามีใครมานั่งก็ให้เค้านั่งไปก่อน พอถึงดอนเมืองต้องลุกให้ผมนั่งตามสิทธิ์ ไม่งั้นคงต้องยืนไปถึงหนองคายเป็นแน่แท้ เพราะเทศกาลแบบนี้มีให้เห็นกันทุกปี สำหรับรถไฟไทย ถึงที่นั่งจะเต็มแล้ว เจ้าหน้าที่ก็ยังขายตั๋วให้ยืนกัน

หลังจากลุงเนตรออกจากหัวลำโพงแล้ว โทรมาบอกผมซึ่งรออยู่ที่สถานีรถไฟดอนเมืองให้เอาจักรยานไปเสียค่าระวาง และรับเอกสารการส่งของขึ้นตู้สัมภาระ เจ้าหน้าที่ห้องสัมภาระ ขอดูตั๋ว ผมก็ส่งโทรศัพท์เปิดรูปตั๋วที่ลุงเนตรส่งมาทางไลน์ให้10990103_992593760781293_5515290351190174734_oเจ้าหน้าที่ดู ว่าเราไปรถเร็ว ขบวน 69 กรุงเทพฯหนองคาย เนื่องด้วยลุงเนตร เป็นอดีตพนักงานการรถไฟ ผมจึงได้สิทธิ์เป็นผู้ติดตาม รถชั้นสามไม่ต้องเสียเงิน ส่วนขากลับได้รถนอน ชั้นสอง นอนพัดลม เตียงล่าง เสีย 270 บาท ในราคาผู้ติดตามเช่นกัน ถ้าราคาผู้โดยสารทั่วไปก็อีกราคา  เจ้าหน้าที่รถไฟ เขียนเอกสารเสร็จบอกให้ผมจ่ายเงิน 90 บาท ค่าระวางสินค้า แล้วนำเอกสารไปยื่นให้ผู้รับเหมาเอกชนที่ทำหน้าที่ขนของขึ้นรถ เสียอีก 60 บาท

43854หลังจากเสร็จสิ้นเรื่องเอกสาร ผมนำจักรยานไปรอที่ชานชลาสอง รอสักพัก สองทุ่มครึ่ง รถไฟที่มาจากหัวลำโพง มาตรงเวลา ลุงเนตรโผล่หน้าต่างมา ผมส่งกระเป๋าให้แกรับ แล้วขึ้นไปสมทบบนโบกี้สาม พอขึ้นไปบนรถไฟ สภาพตามรูปเลย เนื่องจากเป็นวันเทศกาลสงกรานต์ รู้กันดีอยู่แล้ว ตู้ชั้นสามนี่ การรถไฟขายตั๋วไม่อั้น ถึงไม่มีที่นั่งแล้ว ก็ยังขายให้ประชาชนขึ้นมายืน ทริปนี้ผมตัดสินใจกับลุงเนตรก่อนเป็นเดือน ยังจองตั๋วขายไปได้แค่ชั้นสาม ยังดีที่ขากลับ ยังได้รถนอนนะ ไม่งั้นถ้ากลับสภาพนี้หลังจากปั่นมาทุกวันวันละร้อยกว่าโลนี่คงแย่แน่

43148

นั่งคุยกะลุงเนตร ยันเที่ยงคืน ประชาชน จากสถานีต่าง ๆ ก็ยังทะยอยขึ้นมาอัดกันบนรถ เป็นสภาพที่ดูแล้วน่าหดหู่ยิ่งนัก ทางเดินไม่มีเหลือ ประชาชนยืนแน่นกันไปหมด พอตกดึ พวกที่ยืน ก็ทะยอย นั่งกะพื้นที่ละคนสองคน หลังจากนั้นไม่นาน ก็ไม่เหลือคนยืน บ้างนั่ง บ้างนอน กะพื้นเต็มไปหมด ….แม่ลูกที่นั่งตรงข้ามผม หลับได้หลับดี อย่างน่าอิจฉา ผมลืมตามากี่ที ก็ยังหลับอยู่ ส่วนผม หลับ ๆ ตื่น ๆ ตลอดจนฟ้าสว่าง ใกล้   พอใกล้ถึงสถานีอุดรธานี ผู้คนก็เริ่มบางตา ลุงเนตรเลยไปนั่งจัดแจงเตรียมของอีกฝั่ง

43337

ภาพนี้ถึงอุดรแล้ว อีกชั่วโมงเดียวก็จะถึงหนองคาย ลุงเนตรจัดแจงแปลงร่าง ใส่ชุดปั่นเตรียมพร้อม

ก่อนรุ่งสาง ฝนตกพรำ ๆ ทำให้อากาศเริ่มจะหนาว ผมต้องเอาหน้างต่างรถไฟลง เพื่อนลดความเย็น นั่งสักพัก เจ้าหน้าที่ก็ประกาศ ถึงสถานีรถไฟหนองคายเวลา แปดโมงเช้า ตรงตามเวลา

43439ลงจากรถไฟก็เจอเสือประหยัด มารอรับ …พี่ประหยัดเป็นคนอ่างทอง เป็นครูสอนอยู่โรงเรียนวัดสุวรรณเจดีย์ อ.มหาราช เป็นโรงเรียนระดับประถม แกเล่าให้ฟังว่ามาถึงตั้งแต่ห้าโมงเช้า แล้วไปกางเต็นท์นอนอยู่ที่วัดโพชัย  พี่ประหยัดเป็นเสือทัวร์ริ่งเต็มตัว แกเตรียมอุปกรณ์สนามมาเต็มพิกัด ทั้งหม้อหุงข้าว หม้อต้มกาแฟ ข้าวสาร ปลากระป๋อง เรียกได้ว่า ค่ำไหนนอนนั่นได้เลยทีเดียว แต่ทริปนี้ ในประเทศลาว จะไปนอนซี้ซั๊ว เหมือนบ้านเราไม่ได้ เค้าให้นอนโรงแรมเป็นเรื่องเป็นราว เพื่อความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว และ เพื่อความเป็นระเบียบ เรียบร้อยของบ้านเมืองเค้า และการดูแลประชาชน ไม่ให้ออกนอกลู่นอกทาง ฉกชิงวิ่งราว เหมือนในบ้านเรา

อนออกเดินทาง ก็เก็บภาพเป็นที่ระลึกกันสักหน่อย แล้วก็ปั่นไปหาอาหารเช้ากินกันในเมืองหนองคายก่อนที่จะไปทำเอกสารข้ามแดนที่สะพานมิตรภาพไทยลาว

4343820150411_081948

ปั่นออกจากสถานีหนองคายไปไม่เกินสองกิโล ก็ถึงร้านอาหาร ที่เราจะฝากท้องมื้อแรกของทริปนี้ ลุงเนตรชี้มือไปทางฝั่งตรงกันข้าม ว่ามีร้านอาหารเจ้าอร่อย เสือประหยัดเลี้ยวขวับในทันใด พอดีกับป้ายบอกทางไปเวียงจันท์ ผมกดชัตเตอร์ทันพอดี โฟกัสไม่ค่อยชัดเท่าไร

20150411_08202520150411_082044

20150411_082825

มื้อแรกของผมวันนี้ เป็นไข่กระทะ ทานกับขนมปังคล้าย ๆ ฮอดดอก ข้างในโรยด้วยใส้หมูสับกับเครื่องเทศ อร่อยดีครับ จิบด้วยกาแฟดำร้อน ๆ ลุงเนตรเล่นอาหารพื้นบ้าน ครับ ข้าวมันไก่… ส่วนเสือประหยัด สำเร็จโทษไปก่อนที่รถไฟจะจอดแล้ว  เพราะเตรียมอุปกรณ์ทัวริ่งมาครบครัน ก็เลยนั่งดูผมกับลุงเนตรกินกันอย่างเอร็ดอร่อย

20150411_08280520150411_082606

จากร้านอาหาร ปั่นไปอีกไม่ถึงกิโล ก็ถึงด่าน ต.ม. ที่เราจะต้องเขียนเอกสาร หนึ่งแผ่น พร้อมโชว์พาสปอร์ต ที่ฝั่งไทย และไปทำแบบเดิมที่ฝั่งลาวอีก แต่ไม่ต้องเขียนเอกสารใด ๆ โชว์พาสปอร์ตอย่างเดียว จ่ายค่าผ่านแดน คนละ 47 บาท ได้สมาร์ดการ์ดมาหนึ่งใบใช้เสียบตรงช่องผ่าน เหมือนเวลาเข้าสถานี BTS แล้วจูงจักรยานเข้าไปได้เลย ส่งสมาร์ท การ์ด ให้เจ้าหน้าที่ แต่ถ้าเป็นคนทั่วไปต้องเข้าแถวเสียบบัตรเองทีละคน

20150411_08464720150411_085033

ก่อนออกจากฝั่งไทย เก็บภาพหลักกีโลเมตรที่ 0 ของจังหวัดหนองคายไว้ก่อน จากตรงนี้ปั่นข้ามสะพานไทยลาวข้ามแม่น้ำโขงไปอีก 20  ก.ม. ก็จะถึงนครเวียงจันท์

20150411_091113

แล้วก็ปั่นข้ามสะพานกัน ความยาวของสะพานมิตรภาพไทยลายระยะทางประมาณ 1 ก.ม. กว่า ๆ ป็นสะพานข้ามแม่น้ำโขงขนาดใหญ่แห่งแรก โดยเชื่อมต่อเทศบาลเมืองหนองคายเข้ากับบ้านท่านาแล้ง นครหลวงเวียงจันทน์ ประเทศลาว สะพานแห่งนี้ได้ทำพิธีเปิดเมื่อวันที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2537 โดยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พระมหากษัตริย์แห่งประเทศไทย และนายหนูฮัก พูมสะหวัน ประธานประเทศลาว ใช้งบประมาณก่อสร้าง 30,000,000 ดอลลาร์สหรัฐ ด้วยความช่วยเหลือจากรัฐบาลออสเตรเลีย ใช้ระยะเวลาก่อสร้างระหว่างเดือนตุลาคม พ.ศ. 2534 ถึงเดือนเมษายน พ.ศ. 2537

ลุงเนตรปั่นนำหน้า ผมอยู่กลาง พี่ประหยัดปิดท้าย ทำให้ผมได้ภาพ ทั้งคนหน้าและคนหลัง แต่ลืมถ่ายตัวเองซะ

20150411_092303

20150411_092308

 

 

 

 

ข้ามมาฝั่งลาว พบข้อความยินดีต้อนรับเป็นภาษาลาว และคำทักทาย “สะบายดี” ซึ่งแปลว่าสวัสดี ในภาษาไทยของเรา ถึงตรงนี้ เสียเวลานิดนึง เพราะต้องผ่าน ตม. และซื้อ smart card ผ่านแดนคนละ 47 บาท พวกพ่อค้าแม่ค้าที่ผ่านเข้าออกบ่อย ๆ เค้าจะซื้อเป็นบัตรเติมเงินเลย คือเติมไปเลยสองสามร้อยบาท เวลาเข้าออกจะได้ไม่ต้องเสียเวลามาเข้าแถวซื้อบัตร แต่พวกเราซื้อแค่ขาเดียว เพราะเราจะปั่นลงไปทางลาวใต้เพื่อกลับประเทศไทยทางด่านช่องเม็ก อุบลราลธานี

20150411_092628 20150411_092636

 

 

 

 

20150411_092744

ติดตามอ่านต่อได้ที่นี่ครับ http://www.cool70.com/forum/viewtopic.php?f=4&t=1071